ตำรวจศรีบุญเรืองรวบนักบินตะเวนส่งยายึดยาบ้าเกือบ 4,000 เม็ด  

 เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.กัมปนาท เศรษฐ์ฤทธิกุล ผกก สภ.ศรีบุญเรือง ,พ.ต.ท.สุทัศน์ ไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สภ.ศรีบุญเรือง สั่งการให้ พ...ชัยญา เขื่อนแก้ว สว.สส.สภ.ศรีบุญเรือง พร้อมชุดสืบสวนออกหาข่าวและจับกุมผู้ที่มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด



ต่อมาได้จับกุมนายเอ(นามสมมุติ)อายุ 40 ปี ที่อยู่ ต.สีชมพู อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น  ของกลางยาบ้า 3,796  เม็ด พร้อมผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง สามารถจับกุมได้ที่ถนนสาธารณะด้านทิศตะวันตกของบ้านสมสนุก ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู



สืบเนื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ศรีบุญเรือง ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ที่บริเวณริมลำน้ำพอง เขตบ้านสมสนุก หมู่ 14 ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู มักมีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด  จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พอไปถึงพบนายเอ(นามสมมุติ)อายุ 40 ปี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ หมายเลขทะเบียน ฉะเชิงเทรา ขับขี่ผ่านมาลักษณะท่าทางมีพิรุธ และพยายามจะหลบหนี จึงได้ขอตรวจสอบ โดยนายเอฯให้การรับสารภาพว่าพึ่งเสพยาบ้ามา ตรวจค้นในตัวพบยาบ้า จำนวน 2,106 เม็ด จากนั้นชุดสืบสวนจึงได้ขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านใน ต.สีชมพู อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น พบยาบ้าอีกจำนวน 1,796 เม็ด วางอยู่บนเสื่อที่นอน ภายในห้องนอนของนายเอฯ และนายเอฯรับว่ายาบ้าที่พบทั้งหมดเป็นของตนจริง



ตนเองมีหน้าที่รับยาบ้ามาเก็บไว้ที่บ้านพัก โดยมีชายวัยรุ่นไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ราษฎรบ้านพงษ์ ต.บริบูรณ์ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น ให้ตนเองไปรับยาบ้าตามจุดต่างๆบริเวณแถวแก่งตาดฟ้า เขตบ้านสมสนุก ต.นากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู จำนวนหลายครั้ง ครั้งล่าสุดรับยาบ้า มาจำนวน 2,000 เม็ด ที่บริเวณป้ายทางเข้าแก่งตาดฟ้าฯ เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 25 สิงหาคม 2569 จากนั้นตนได้นำยาบ้ามาเก็บไว้ที่บ้านพัก



จนต่อมาได้ถูกจับกุมดังกล่าว แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อจะได้ขยายผลหาผู้ร่วมกระทำผิดมาดำเนินคดี ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า “มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า ) โดยไม่ได้รับอนุญาต ,เป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( เมทแอมเฟตามีน ) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย”นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีบุญเรือง ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.



ภาพ/ข่าวและเนื้อหานี้ เพื่อกิจการสื่อมวลชน เป็นการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่องานประชาสัมพันธ์ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”