เปิดปฏิบัติการพิทักษ์รักษาป่าโคกนาโพธิ์หน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบหลังมีผู้บุกรุกเสียหายกว่า 200 ไร่  

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องได้รับแจ้งจากพี่น้องประชาชนในเขตตำบลกุดดินจี่ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู


ว่ามีผู้บุกรุกป่าเข้าไปทำไร่เลื่อนลอย เสียหายกว่า 200 ไร่ ในพื้นที่ป่าโคกนาโพธิ์ ตำบลกุดดินจี่ อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวหลังตรวจสอบแล้ว เป็นพื้นที่ออกเอกสาร (นสล.) คือเอกสารหลักฐานแสดงแนวเขตที่ดินของรัฐ สำหรับที่ดินสาธารณะประโยชน์ ผู้มีอำนาจดูแลที่ดินคือ นายอำเภอ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น



และในวันนี้ ณ ห้องประชุมเทศบาลตำบลกุดดินจี่ ชั้น 2 นายปิยะชาย ศรีบุรินทร์ นายอำเภอนากลาง ,นางสาวสมพร แซ่เตีย นายกเทศมนตรีตำบลกุดดินจี่ ,ร้อยตรี กวี ศรีดาธรรม นายกเทศมนตรีตำบลนาหนองทุ่ม ,นายยงยุทธ ดวงมาลา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงสวรรค์ ,ฝ่ายปกครองท้องที่ ,กำนันตำบลกุดดินจี่ ,กำนันตำบลดงสวรรค์ และส่วนที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา และลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกป่าสาธารณะ โคกนาโพธิ์  เนื้อที่ 1,225 ไร่ ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) เลขที่ นภ.541 เปิดปฏิบัติการพิทักษ์รักษาป่าโคกนาโพธิ์




โดยนายปิยะชาย ศรีบุรินทร์ นายอำเภอนากลาง ได้มีข้อสั่งการให้แต่งตั้งคณะทำงาน และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 ฝ่าย เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานภายในกรอบระยะเวลา 30 วัน ก่อนรายงานผลการดำเนินงานต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู  เพื่อให้การคุ้มครองและรักษาพื้นที่ป่าสาธารณะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม




ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปกป้องผืนป่า และรักษาสมบัติของแผ่นดิน เพื่อส่งต่อทรัพยากรอันทรงคุณค่าให้คนรุ่นต่อไป หลังจากประชุมเสร็จคณะได้ลงพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบ พบว่ามีการบุกรุกที่สาธารณะจริง และในที่ประชุมมีมติ ดังนี้ แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบุกรุกที่สาธารณะ มอบหมายให้เทศบาลตำบลนาหนองทุ่ม ประสานสำนักงานที่ดินจังหวัดหนองบัวลำภู ขอรังวัดตรวจสอบแนวเขต ให้ชัดเจน และเป็นปัจจุบัน มอบหมายให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน หารายชื่อผู้ที่ทำการบุกรุกที่สาธารณะเพื่อเข้าสู่ขบวนการไกล่เกลี่ย ประนีประนอมระงับข้อพิพาท ข่าวคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป.




ภาพ/ข่าวและเนื้อหานี้ เพื่อกิจการสื่อมวลชน เป็นการใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ เพื่องานประชาสัมพันธ์ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด”